Tag-Archive for ◊ เกาหลี ◊

Author: pusanisa
• Thursday, March 26th, 2009

โจอินซอง

โจอินซอง

โจอินซอง องครักษ์หนุ่มหน้าหวาน (เดลินิวส์)

         ดาราขวัญใจแม่ยกอย่าง โจอินซอง พระเอกสุดฮอตจาก The Classic กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับผู้กำกับยูฮัน ในภาพยนตร์แนวมหากาพย์สุดอลังการเรื่อง Frozen Flowers โดยต้องประชันบทบาทสุดเข้มข้นกับ จูจิน โม พระเอกเจ้าเสน่ห์จากฮันนะซัง สวยสั่งได้ (200 Pounds Beauty)

         และภาพยนตร์เรื่องที่แล้วที่ทั้งคู่ร่วมงานกันคือ A Dirty Carnival ซึ่งส่งผลให้โจอินซอง ได้รับรางวัลดารานำชายยอดเยี่ยม แต่สำหรับเรื่อง Frozen Flowers เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ในยุคของอาณาจักรโครยอ เป็นเรื่องของความรัก และการทรยศหักหลังของกษัตริย์แห่งโครยอ กับมเหสีที่มาจากเมืองจีน และองครักษ์ ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์แบบโฮโมเซ็กชวลของกษัตริย์องค์นี้ และถือเป็นภาพยนตร์รักร่วมเพศเรื่องแรกของเกาหลีที่เล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา

         สำหรับโจอินซอง ซึ่งต้องไปรับใช้ชาติเป็นทหารถึง 2 ปีเมื่อต้นปีนี้ เกิดที่กรุงโซล เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมปี 2524 สูง 186 เซนติเมตร น้ำหนัก 74 กิโลกรัม จบการศึกษาด้านการแสดงจากมหาวิทยาลัยดองกุก เริ่มเข้าวงการเมื่อปี 2541 จากการเป็นนายแบบให้กับเสื้อผ้ายี่ห้อ Ziozia และ Georgio ด้วยรอยยิ้มที่น่ารักบวกกับความเป็นคนขี้อาย ดูจะทำให้เขาเป็นที่สนใจของสาวๆ เกาหลีไม่น้อยเลยทีเดียว

โจอินซอง

โจอินซอง

         โจอินซอง เริ่มผลงานการแสดงครั้งแรก โดยรับบทเป็นหนุ่มนักเรียนมัธยมใน School 3 ทางโทรทัศน์เคบีเอส แต่เรื่องที่ทำให้เขาเป็นที่จับตามองคือเรื่อง New Nonstop ก่อนที่จะรับบทพระเอกเต็มตัวในละครทีวีเรื่อง To shoot A Star นอกจากนั้นในปี 2545 โจอินซอง มีโอกาสรับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์จอเงินเรื่องแรกคือ Public Toilet

         ต่อมาในปี 2546 โจอินซอง รับบทนำในภาพยนตร์ครั้งแรกเรื่อง Madeleine จนมาถึง The Classic ที่ทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้น จากนั้นในปีต่อมา พระเอกโจ กลับมาเล่นละครอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานเกือบ 1 ปี โดยแสดงเรื่อง What Happened in Bali และร่วมงานแสดงกับนางเอกสุดฮอตของเกาหลีอย่าง ฮา จี วอน

         รางวัลเกียรติยศที่เคยได้รับ ตั้งแต่นักแสดงวัยรุ่นยอดเยี่ยมไปจนถึงนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม รวมทั้งนักแสดงชายยอดเยี่ยมรางวัลเกาหลี ฟิล์ม อวอร์ด สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Frozen Flowers เข้าฉายบ้านเราแล้วเมื่อ 19 มีนาคมที่ผ่านมานี้เอง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

วิษณุ ศิริอาชารุ่งโรจน์

Author: pusanisa
• Friday, February 20th, 2009

พระราชวังถ็อกซูกุง อยู่ตรงข้ามกับศาลากลางกรุงโซล ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าพระราชวังของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของเจ้าชายวอลซาน (1454-1488) ซึ่งเป็นพี่ชายของกษัตริย์ซองจอง แต่ในยุคสมัยของกษัตริย์องค์ต่อมาได้ใช้เป็นพระราชวังหลัก โดยเฉพาะในยุคของกษัตริย์โกจอง ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ก่อนสุดท้ายของราชวงศ์โชซอน ทรงประทับที่พระราชวังนี้ แม้แต่หลังจากที่ทรงถูกบังคับให้สละราชสมบัติโดยญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1907 พระองค์ทรงประทับอยู่ที่พระราชวังนี้จนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1919

กษัตริย์ซุนจองซึ่งเป็นโอรสและเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายได้พระราชทานชื่อพระราชวังนี้ซึ่งเรียกในปัจจุบันว่า ถ็อกซูกุง (ซึ่งแปลว่า พระราชวังแห่งอายุยืนยาวและมั่นคง) ด้วยความหวังว่าพระราชบิดาจะทรงพระชนม์ยืนยาวที่นี่

บริเวณพระราชวังถ็อกล็อกซูกุงจะมีสิ่งก่อสร้างที่น่าชมเป็นอันมาก เช่น ประตูหลักแทฮันมุน พระที่นั่งชุงวาจอนและท้องพระโรง และซกโชจอนอันเป็นสิ่งก่อสร้างแนวตะวันตกแห่งเดียวในบรรดาพระราชวังต่าง ๆ ในเกาหลี ซกโชจอนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลวง ซึ่งเป็นที่เก็บสิ่งของที่ใช้ในพระราชวังในสมัยราชวงศ์โชซอน นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะถ็อกซูกุง ซึ่งแสดงผลงานทางศิลปะสมัยใหม่มากมาย

หากเราออกมาเดินรอบๆบริเวณพระราชวัง เลี้ยวออกไปทางด้านใต้ของพระราชวังจากถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้นี้ เราจะพบโบสถ์ของเมโทดิสต์ชื่อ “ชุงดอง” ซึ่งมีชื่อเสียงมาเป็นเวลาช้านาน และฝั่งตรงข้ามก็คือ “โรงละครชองดง” ซึ่งมีการแสดงตลอดปี ใกล้พระราชวังจะพบจุดที่คนนิยมไปชมกันมากนั่นคือ พระราชวังเคียงฮุยกุง หอศิลป์โชซอนอิลโบ หอประชุมมุนฮวาอิลโบ โบสถ์แองกลิกันเก่าแก่ ที่ตั้งหน่วยทหารเดิมชาวรัสเซีย พิพิธภัณฑ์การเกษตร โรงละครนันทาและอื่น ๆ อีกมาก

เมื่อเดินมาสู่ประตูซุงเนมุน (ซึ่งรู้จักกันทั่วไป ว่านัมแดมุน หรือประตูใต้) จากประตูใหญ่ถ็อกซูกุง เราจะมาถึงย่านซัมซุงพลาซ่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “หอศิลปะโรแดง” และศูนย์การค้า ส่วนอีกด้านหนึ่งของประตูซุงเนมุน คือตลาดนัมแดมุน ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายส่งและขายปลีกนับร้อยร้าน และเป็นที่พึงพอใจที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ

การเดินทางก็ไม่ยากเลยค่ะ เพียงลงรถไฟใต้ดินที่สถานีซิตี้ฮอล ทางออกที่ 2 หรือใช้บริการรถเมล์สาย 1 หรือสาย 2 ก็จะมาถึงพระราชวังแห่งนี้ได้ไม่ยากค่ะ เวลาเปิดบริการคือ 09.00 – 18.00 น. ทุกวัน ราคาค่าเข้าชมคือ 1,000 วอนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลและรูปประกอบจาก
kto.or.th

Author: pusanisa
• Wednesday, December 03rd, 2008

หลังจากที่คราวที่แล้วพาไปเที่ยวพระราชวังเคียงบกกุง แล้วได้กล่าวถึงสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ สองแห่งในนั้นคือทำเนียบชองวาแด และถนนซัมจองดองกิล วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับสองแห่งนี้ค่ะ

ทำเนียบชองวาแด

ทำเนียบชองวาแด เป็นทำเนียบของประธานาธิบดีของสาธารณรัฐเกาหลีใต้ เปิดให้เข้าท่องเที่ยวเยี่ยมชมได้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ซึ่งเปิดให้บริการในวันศุกร์และวันเสาร์ ในเดือนเมษายน – พฤษภาคม และ เดือนกันยายน – ตุลาคม เวลา 10.00 – 15.00 น. ซึ่งสามารถรับบัตรได้ฟรีที่สำนักงานท่องเที่ยวชองวาแดซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของพระราชวังเคียงบกกุง ซึ่งมีบริการนำเที่ยวเป็นกลุ่มด้วยค่ะ

ถนนซัมจองดองกิล

อย่างที่กล่าวไปเมื่อคราวที่แล้วว่าตลอดเส้นทางถนนเส้นนี้มีสถานที่ที่น่าสนใจมากมายตามรายทาง ยกตัวอย่างเช่น หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ วัดวาอาราม ศูนย์วัฒนธรรม ห้องสมุด ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านช่างฝีมือต่างๆ เหมาะแก่การเดินเล่น ชิล ชิล สูดอากาศบริสุทธิ์ใจกลางเมืองหลวง กรุงโซลแห่งนี้

หากใครที่ชอบดื่มด่ำกับศิลปะ ก็มีบริการรถประจำทางวิ่งรับ-ส่งบริเวณรอบๆนี้ ราคาตั๋ว 1,000 วอนซึ่งสามารถซื้อได้ที่คนขับรถประจำทางค่ะ

หวังว่าวันนี้หลายๆท่านคงได้รับทราบข้อมูลดีๆไปบ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วพบกันคราวหน้าค่ะ

또 만 나 요 . โต๊ะ มานนาโย แล้วพบกันใหม่นะคะ ^_____^

Author: pusanisa
• Monday, October 20th, 2008

ประเทศเกาหลีเอ่ยชื่อนี้สาวๆหนุ่มๆหลายๆคนก็คงหูผึ่งเพราะตอนนี้วัฒนธรรมเกาหลีฟีเวอร์ได้แพร่ระบาดอยู่ในเมืองไทย วันนี้ก็เลยมีประวัติคร่าวๆของประเทศเกาหลีมาฝากกันค่ะ

ประเทศเกาหลีตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือเกาหลีเหนือที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์และเกาหลีใต้ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีเส้นกั้นคือเส้นขนานที่ 38 ซึ่งเป็นเขตปลอดทหาร

พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาหลีเป็นภูเขา (กินเนื้อที่กว่า 70 เปอร์เซนต์)จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นประเทศที่มีภูเขามากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

สำหรับในประเทศไทยแล้ว เกาหลีที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักและเห็นได้ตามทีวีทั่วไป ไม่ใช่ทั้งหมดของเกาหลี ที่คนไทยรู้จักและนิยมชมชอบในวัฒนธรรม การแต่งกาย และภาษา ส่วนใหญ่ก้คือเกาหลีใต้นั่นเองค่ะ

เกาหลีใต้มีสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่น มีฤดูทั้งหมด 4 ฤดู คือใบไม้ผลิ ร้อน ใบไม้ตก และหนาว ซึ่งหน้าท่องเที่ยวก็มักจะอยู่ในช่วงหน้าฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งอากาศแห้ง และท้องฟ้าก็โล่งโปร่งแถมใบไม้ต้นไม้ต่างๆก็พากันผลัดใบ ไม่ก็แข่งกันอวดใบสีแดงและทองเต็มต้น

ในเรื่องของศาสนาคนเกาหลีใต้มีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา ทั้งไม่นับถือศาสนาใดๆ นับถือพระพุทธศาสนา
นับถือคริสตศาสนา รวมทั้งลัทธิทรงเจ้าบูชาผี ส่วนเรื่องภาษา เค้ามีชื่อเรียกว่าฮันกุกอ (한국어)

ธงประจำชาติมีชื่อเรียกว่า แทกึกกี รูปบนธงเป็นสัญลักษณ์”หยิน-หยาง”ตามหลักปรัชญาตะวันออก รูปวงกลมตรงกลางธงแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน คือ ส่วนบนที่เป็นสีแดงหมายถึง พลังเชิงบวกหรือหยาง และส่วนล่างสีน้ำเงินหมายถึง พลังเชิงลบหรือ หยิน เมื่อรวมกันก็จะเป็นหลักแห่งความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง สมดุลยภาพและการสมานสามัคคีอย่างไม่มีที่สิ้นสุดสัญลักษณ์”หยิน-หยาง”นี้ถูกล้อมรอบด้วยสัญลักษณ์สี่อย่าง อยู่ที่แต่ละมุมคือ สวรรค์(☰ ) โลก(☷ ) ไฟหรือดวงอาทิตย์(☲ ) และ น้ำหรือดวงจันทร์(☵ )

ดอกไม้ประจำชาติของเกาหลีใต้คือ ดอกมูกุงฮวา หรือ โรส ออฟ ชารอน คุณสมบัติคือทนต่อทุกสภาพอากาศ และศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี ความหมายของดอกไม้ชนิดนี้คือความเป็นอมตะของเกาหลี ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความมุ่งมั่นและความอดทนของชาวเกาหลีใต้ (มูกุง แปล่วา ความเป็นอมตะ)

ส่วนในเรื่องของวัฒนธรรมคนเกาหลีใต้มีวัฒนธรรมที่งดงามมาช้านานทั้งเรื่องเครื่องแต่งกายสีสันสดใส การปฏิบัติตนต่อกัน ไว้ในคราวหน้าเราจะมาพูดเรื่องวัฒนธรรมของคนเกาหลีนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง และรูปประกอบจาก kto.or.th