Archive for the Category ◊ วัฒนธรรม ◊

Author: pusanisa
• Wednesday, October 22nd, 2008

ในเรื่องวัฒนธรรมของชาวเกาหลีนั้น ได้มีการสืบทอดยาวนานมาเกือบ 5000 ปี ทั้งทางด้านศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์และการแสดง จิตรกรรม แม้ว่าเวลาจะผ่านไปยาวนานเพียงไร มีวัฒนธรรมของต่างชาติไหลบ่าเข้ามาเท่าไหร่ วัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลีก็ยังซึมอยู่ในทุกๆอณู ทุกๆสายเลือดของคนเกาหลีอย่างแนบแน่นมั่นคง

ดนตรีประจำชาติของเกาหลีมีชื่อเรียกว่า คุกอัก ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกับดนตรีจีนและญี่ปุ่น หากแต่ดนตรีเกาหลีมี 3 จังหวะใน 1 ห้อง แต่ดนตรีจีนและญี่ปุ่นมีเพียง 2 จังหวะใน 1 ห้อง และดนตรีเกาหลีแบ่งได้เป็นสองประเภทคือ ชองอัก (ดนตรีในราชสำนัก) ซึ่งจะมีความเยือกเย็น ซับซ้อน ต่างกับ มินซกอัน(ดนตรีพื้นบ้าน) ซึ่งมีความเรียบง่าย แสดงความรู้สึกตรงๆ หรืออาจะเป็นดนตรีสำหรับทำพิธีไสยศาสตร์ซึ่งจะมีทำนองคึกคัก กระฉับกระเฉง

ทางด้านนาฏศิลป์ การร่ายรำของเกาหลีนั้น มีสองรูปแบบเฉกเช่นดนตรี ก็คือรูปแบบราชสำนักและรูปแบบพื้นบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าในแบบราชสำนักนั้น จะเชื่องช้า ชดช้อย งดงาม สง่าและอ่อนหวาน เพื่อที่จะสะท้อนปรัชญาเรื่องของการเดินทางสายกลางและการระงับอารมณ์และความรู้สึกที่มีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ส่วนนาฏศิลป์แบบพื้นบ้านนั้น จะเน้นในเรื่องความสนุกสนาน เป็นอิสระและมีชีวิตชีวา ซึ่งสะท้อนชีวิตการงานและศาสนาของคนทั่วๆไป

ทางด้านจิตรกรรม เกาหลีเองก็ไม่ต่างจากชาติอื่นในซีกโลกตะวันออก ที่เน้นทางเรื่องลายเส้นและสีสันที่งดงาม

ในด้านขนบธรรมเนียมและประเพณีของคนเกาหลีนั้น ลักษณะก็จะเป็นแบบเอเชียตะวันออกส่วนใหญ่ ก็คือเรื่องการเคารพต่อผู้อาวุโส คนเกาหลีเชื่อว่าบุคคลที่เป็นผู้เยาว์กว่าจะต้องเคารพนับถือและเชื่อฟังผู้อาวุโสกว่า และที่แปลกคือคนเกาหลีเชื่อว่าบุคคลที่แต่งงานแล้ว ก็จะมีความอาวุโสกว่าคนที่อายุเท่าๆกันหรือคนที่อายุมากกว่า แต่ยังไม่ได้แต่งงาน เพราะเชื่อกันว่าคนที่มีครอบครัวแล้วจะมีความรับผิดชอบมากกว่าคนที่ยังไม่มีครอบครัว

นอกจากนี้คนเกาหลียังเชื่อเรื่องการวนเวียนอยู่ใกล้ลูกหลานของบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้ว ว่ากันว่าจะวนเวียนอยู่ถึง 4 ชั่วคนทีเดียว ดังนั้น ชาวเกาหลีจะมีพิธี “เจเย” เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว ชาวเกาหลีเชื่อว่าการที่พวกเขาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสงบสุขนั้นก็เพราะมีบรรพบุรุษปกป้องคุ้มครอง และมอบพรอันประเสริฐให้นั่นเอง

และแน่นอนจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ไม่ได้เลย เป็นวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชาวเกาหลีเลย นั่นคือการแต่งกายชุด “ฮันบก” ในสุภาพบุรุษเราจะสวมชุดที่เรียกว่า “ชอโกรี”(เสื้อนอกแบบเกาหลี) และ “พาจิ”(กางเกงขายาว) ส่วนในสุภาพสตรีก็จะสวม “ชอโกรี” และ “ชีมา” (กระโปรง) ปัจจุบันชุด “ฮันบก” จะใช้สวมใส่ในช่วงเทศกาลสำคัญๆ หรือโอกาสพิเศษต่างๆ เช่นงานแต่งงาน งานปีใหม่ วันขอบคุณพระเจ้า เป็นต้น

และที่สำคัญอีกเรื่องคือ เรื่องอาหารประจำชาติค่ะ “กิมจิ” นั่นเองค่ะ เนื่องจากเกาหลีเป็นประเทศที่ปลูกผักได้ยาก และมีน้อยประเภทมาก ดังนั้นจึงใช้การดองผักป็นการถนอมอาหาร ซึ่งช่วงต้นฤดูหนาว คนเกาหลีจะมีช่วง “คิมจาง”(วิธีการเตรียมผักดอง) มาช้านานแต่โบราณกาล

เป็นไงบ้างคะ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเกาหลีไปบ้างแล้ว ซึมซาบบ้างรึเปล่าค๊า ^_____^ คราวหน้า เราจะพาไปเที่ยวเกาหลีกันค่า

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง และรูปประกอบจาก kto.or.th

Author: pusanisa
• Monday, October 20th, 2008

ประเทศเกาหลีเอ่ยชื่อนี้สาวๆหนุ่มๆหลายๆคนก็คงหูผึ่งเพราะตอนนี้วัฒนธรรมเกาหลีฟีเวอร์ได้แพร่ระบาดอยู่ในเมืองไทย วันนี้ก็เลยมีประวัติคร่าวๆของประเทศเกาหลีมาฝากกันค่ะ

ประเทศเกาหลีตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือเกาหลีเหนือที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์และเกาหลีใต้ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีเส้นกั้นคือเส้นขนานที่ 38 ซึ่งเป็นเขตปลอดทหาร

พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาหลีเป็นภูเขา (กินเนื้อที่กว่า 70 เปอร์เซนต์)จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นประเทศที่มีภูเขามากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

สำหรับในประเทศไทยแล้ว เกาหลีที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักและเห็นได้ตามทีวีทั่วไป ไม่ใช่ทั้งหมดของเกาหลี ที่คนไทยรู้จักและนิยมชมชอบในวัฒนธรรม การแต่งกาย และภาษา ส่วนใหญ่ก้คือเกาหลีใต้นั่นเองค่ะ

เกาหลีใต้มีสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่น มีฤดูทั้งหมด 4 ฤดู คือใบไม้ผลิ ร้อน ใบไม้ตก และหนาว ซึ่งหน้าท่องเที่ยวก็มักจะอยู่ในช่วงหน้าฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งอากาศแห้ง และท้องฟ้าก็โล่งโปร่งแถมใบไม้ต้นไม้ต่างๆก็พากันผลัดใบ ไม่ก็แข่งกันอวดใบสีแดงและทองเต็มต้น

ในเรื่องของศาสนาคนเกาหลีใต้มีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา ทั้งไม่นับถือศาสนาใดๆ นับถือพระพุทธศาสนา
นับถือคริสตศาสนา รวมทั้งลัทธิทรงเจ้าบูชาผี ส่วนเรื่องภาษา เค้ามีชื่อเรียกว่าฮันกุกอ (한국어)

ธงประจำชาติมีชื่อเรียกว่า แทกึกกี รูปบนธงเป็นสัญลักษณ์”หยิน-หยาง”ตามหลักปรัชญาตะวันออก รูปวงกลมตรงกลางธงแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน คือ ส่วนบนที่เป็นสีแดงหมายถึง พลังเชิงบวกหรือหยาง และส่วนล่างสีน้ำเงินหมายถึง พลังเชิงลบหรือ หยิน เมื่อรวมกันก็จะเป็นหลักแห่งความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง สมดุลยภาพและการสมานสามัคคีอย่างไม่มีที่สิ้นสุดสัญลักษณ์”หยิน-หยาง”นี้ถูกล้อมรอบด้วยสัญลักษณ์สี่อย่าง อยู่ที่แต่ละมุมคือ สวรรค์(☰ ) โลก(☷ ) ไฟหรือดวงอาทิตย์(☲ ) และ น้ำหรือดวงจันทร์(☵ )

ดอกไม้ประจำชาติของเกาหลีใต้คือ ดอกมูกุงฮวา หรือ โรส ออฟ ชารอน คุณสมบัติคือทนต่อทุกสภาพอากาศ และศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี ความหมายของดอกไม้ชนิดนี้คือความเป็นอมตะของเกาหลี ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความมุ่งมั่นและความอดทนของชาวเกาหลีใต้ (มูกุง แปล่วา ความเป็นอมตะ)

ส่วนในเรื่องของวัฒนธรรมคนเกาหลีใต้มีวัฒนธรรมที่งดงามมาช้านานทั้งเรื่องเครื่องแต่งกายสีสันสดใส การปฏิบัติตนต่อกัน ไว้ในคราวหน้าเราจะมาพูดเรื่องวัฒนธรรมของคนเกาหลีนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง และรูปประกอบจาก kto.or.th